ข่าวประชาสัมพันธ์

ไหว้พระ-เที่ยวเกาะ-เลาะถ้ำ-ดำน้ำ ย้อนความทรงจำ ทะเลกระบี่

369views

“ไหว้พระ-เที่ยวเกาะ-เลาะถ้ำ-ดำน้ำ” ย้อนความทรงจำ ทะเลกระบี่

ระหว่างเครื่องบินร่อนลงแตะสนามบินจังหวัดกระบี่ ความรู้สึกเหมือนกลับมาเจอคนรักเก่า ที่ไม่ได้พบกันนาน

นึกถึงครั้งแรกที่มากระบี่ ยี่สิบปีที่แล้วเราเคยมาติดอยู่ที่เกาะปอดะช่วงมรสุม ในวันที่ทั้งเกาะมีเพียงเรากับผู้ดูแลเกาะอีกหนึ่งคน หาดทรายขาวละเอียดเหยียดยาว เรายังคงเก็บภาพความทรงจำนั้นไว้ กระบี่วันนั้น กับวันนี้…กาลเวลาจะเปลี่ยนเธอไปแค่ไหน

โกเล็ก (ประสิทธิ์ เจียวก๊ก) ประธานกรรมการบริหารเครือโรงแรมมัณดาวีต์ รอต้อนรับคณะของเราด้วยดินเนอร์ริมสระน้ำ เจ้าของไอเดียสุดล้ำคนนี้ เป็นเจ้าของแคมเปญ “จ้างคนไปเที่ยว” และล่าสุดกับ “บัตรเดียวเที่ยวทั่วไทย” ที่โกเล็กทำให้การท่องเที่ยวขยับเข้าใกล้คนไทยมากขึ้น จนสามารถซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว แบบ “สะดวกเที่ยวในร้านสะดวกซื้อ” กันไปเลย

การทำธุรกิจแบบมวยบุก เดินหน้าไม่รอใคร เพื่อคนไทยเที่ยวไทย หลังจากถามไถ่ถึงปัญหา ที่วันนี้ธุรกิจโรงแรมกระบี่เจอมรสุมจากความละโมบโลภมากของคนในธุรกิจท่องเที่ยว ที่บังอาจลอยแพลูกค้าที่จองแพ็กเกจจากงานท่องเที่ยวจนเป็นข่าวใหญ่โต ก็ได้รู้จาก “โกเล็ก” ว่าปัญหาที่เกิดนั้นเกิดจากคนในแวดวงเดียวกันนั่นเองที่ไม่จริงใจที่จะช่วยกันแก้ปัญหา เรื่องเล็กก็เลยบานปลายใหญ่โต

"ไหว้พระ-เที่ยวเกาะ-เลาะถ้ำ-ดำน้ำ"
มุมพาโนรามา บริเวณด้านหน้าของเกาะปอดะ…แลนด์มาร์คของกระบี่

หลังจากกุ้งหอยปูปลาแหวกว่ายในไวน์แดง จนถึงตีสองก็คงต้องแยกกับ “โกเล็ก” ด้วยเอวังประการฉะนี้ พูลวิลล่าหลังงามของโรงแรมมัณดาวีต์ เป็นที่ที่เจ้าบ้านส่งเราเข้านอน

รุ่งขึ้นยามสายเอาฤกษ์เอาชัยกันด้วยการไหว้พระ ที่วัดถ้ำเสือ ของ “หลวงพ่อจำเนียร” เกจิ ชื่อดังแห่งเมืองกระบี่ ซึ่งเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของผู้คนในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียงมานาน วัดถ้ำเสืออยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ไม่ไกลนัก คะเนว่าไม่น่าจะเกิน 5 กม. ตามเส้นทางสายกระบี่-ตรัง

“รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม” สูงราว 5 เมตร ตั้งตระหง่านรอให้ผู้คนมาบูชาไม่ขาดสาย ธูปเทียนถูกจุดจนควันโขมง ทำเลที่ตั้งของวัดถ้ำเสือมีผาสูงชันขนาบข้าง เราแหงนดูบันได 1,200 ขั้น ที่ลัดเลาะผ่านซอกเขาไปตามหน้าผาจนถึงยอด แล้วต้องบอกว่า ขอเป็นเสือหมอบไม่ฝืนสังขารดันทุรังขึ้นไปดีกว่า

"ไหว้พระ-เที่ยวเกาะ-เลาะถ้ำ-ดำน้ำ"
ด้านหน้าของ “ถ้ำอ่าวพระนาง” คลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ

ไหว้พระ-เที่ยวเกาะ-เลาะถ้ำ-ดำน้ำ ยามสายอีกวันเราเริ่มโปรแกรมชมเกาะแบบสปีดๆ ด้วยสปีดโบ๊ตของมัณดาวีต์ จากอ่าวนางมุ่งสู่ “ถ้ำพระนาง” ถ้ำเล็กๆ ตั้งอยู่ริมทะเลปลายชายหาดด้านทิศใต้ของ “อ่าวถ้ำพระนาง” ที่ภายในถ้ำเป็นที่ตั้งของศาลพระนาง ผู้คนทั้งจากต่างถิ่นและในท้องถิ่นนิยมนำศิวลึงค์มาสักการบูชาองค์เจ้าแม่ ความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน คือ ขอได้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องความรัก เพราะเจ้าแม่เองท่านไม่สมหวังกับเรื่องนี้ เท็จจริงประการใดให้ใช้วิจารณญาณเอาเอง

วันนี้เมืองกระบี่ หน้าตาดูต่างไปจากเดิมที่เคยมีแต่ฝรั่งแบ็กแพ็กเกอร์ มาหลบมุมปีนผากันเฉพาะกลุ่ม แต่เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนให้พบเจอแต่อาตี๋อาหมวยเดินกันขวักไขว่ บรรยากาศในช่วงกลางวันที่อ่าวถ้ำพระนางจึงคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกสารทิศ ทั้งนักท่องเที่ยวที่ซื้อโปรแกรม “ทัวร์ทะเลแหวก-หมู่เกาะปอดะ-อ่าวถ้ำพระนาง” และนักท่องเที่ยวที่เดินเท้ามาเองจากหาดไร่เลย์

ที่ไม่เปลี่ยนไปก็เห็นจะเป็น “นักปีนผา” ที่ยังคงเป็นฝรั่งเหมือนเดิม ไม่มีเพิ่มเติมจากชาวจีนเลย

กองศิวลึงค์ที่ผู้คนพากันนำมาบูชาเจ้าแม่พระนาง

เสร็จจากไหว้เจ้าแม่ที่ถ้ำพระนางแล้ว ต้องไม่พลาดโปรแกรมดำน้ำแบบสนอร์กเกิล ที่คณะของเราเลือกเกาะสี่เป็นที่ดำผุดดำว่าย เกาะหินปูนกลางทะเล ดูปะการัง ชมฝูงปลาเสือที่มีมากมาย

ปลาเสือก็เหมือนคน ถ้าได้อะไรง่ายๆ วันนี้มันเลยเคยตัวจน “เสียปลา” ไม่หากินเอง ชอบที่จะว่ายมาตอดขนมปังจากมือนักท่องเที่ยว และนักดำน้ำสมัครเล่นที่การให้อาหารปลากลายเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว นอกจากปลาเสือแล้ว ที่นี่ยังมีปลานกแก้ว ดอกไม้ทะเล แถมด้วยปลาการ์ตูน ที่สแตนด์บายรออยู่ที่เดิม ใครๆก็พากันไปรุมดูยิ่งกว่าดาราฮอลลีวูดเสียอีก

หลังจากดำน้ำจนตัวดำ ก็ถึงเวลาที่ต้องโบกมืออำลาปลาเสือ ลัดเลาะผ่าน เกาะไก่ ที่เรียกว่าเกาะไก่ก็เพราะว่า ด้านปลายสุดของเกาะมีหินแหลมๆ เมื่อมองขึ้นไปแล้วคล้ายคอไก่ ที่เกาะนี้ เราสามารถหยุดเรือ แล้วลงไปว่ายน้ำได้ หรือจะหยุดถ่ายรูปโพสต์เฟซ ส่งไลน์ ก็ไม่มีใครว่า

สระว่ายน้ำ..ใช้กระเบื้องดินเผาสีสด

มาทะเลกระบี่ทั้งที ไม่ไปดูทะเลแหวกก็ดูจะขาดๆอะไรไป คณะของเราเลยให้เรือวกไปชมทะเลแหวกกันสักเล็กน้อย แต่ก็มองไม่ค่อยเห็นหรอกว่าทะเลแหวกหรือไม่แหวกเพราะคนเยอะเหลือเกิน จนเกินที่จะแหวกคนเข้าไปดู

ทะเลแหวกเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่เกิดจากอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลง ทำให้สันทรายของเกาะทั้ง 3 คือ เกาะทับ เกาะหม้อ และ เกาะไก่ ปรากฏขึ้น เมื่อน้ำลด นักท่องเที่ยวก็สามารถเดินเล่นไปมาระหว่างเกาะได้ เนื่องจากบริเวณนี้น้ำทะเลจะใส จนสามารถมองเห็นฝูงปลาสวยงามตัวเล็กๆได้

นักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเพื่อชมปรากฏการณ์ ควรจะเดินทางมาในช่วงเวลาที่น้ำทะเลต่ำสุดในแต่ละวัน โดยเฉพาะวันก่อนและหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน

เขาหินทรงเรือใบ สัญลักษณ์ของเกาะปอดะ

ปิดท้ายทริปนี้กันที่เกาะปอดะ วันที่เกาะถูกคืนมาให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชดูแล หลังจากเกาะนี้ตกไปอยู่ในมือเอกชนมาหลายสิบปี

วันนี้บนเกาะไม่มีรั้วกั้น ไม่มีค่าเหยียบเกาะ ถามไถ่ไกด์ท้องถิ่นได้ความว่า สะอาดและภาพพจน์ดีขึ้นเยอะ เราแวะกินข้าวกันที่ริมหาด ที่เดียวกับเมื่อยี่สิบปีที่แล้วเคยนั่ง เขาหินรูปเรือใบโลโก้ของเกาะปอดะ ตั้งตระหง่านอยู่ข้างหน้า

ทุกอย่างที่นี่ และความทรงจำที่กระบี่ยังเหมือนเดิม เราบอกตัวเองอย่างนั้น ขณะที่ค่อยๆบรรจงหยิบสมาร์ทโฟนพิมพ์ไลน์ไปบอกใครบางคนด้วยอารมณ์ศิลป์เบาๆ ว่า

ต้นไม้ ภูเขา สายน้ำยังคงทน…มีแต่คนเท่านั้นละที่เปลี่ยนไป…

ลาก่อนมัณดาวีต์…และทะเลกระบี่….

ทางเข้ามัณดาวีต์รีสอร์ตแอนด์สปา

แหล่งที่มา : Click

ติดตามข่าวสารผู้ก่อตั้งโครงการได้ที่
คุณประสิทธิ์ เจียวก๊ก
? https://prasitjeawkok.com

Leave a Response